Search

พังงาได้งบไทยเข้มแข็งพัฒนาเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

พังงา - จังหวัดพังงาได้งบไทยเข้มแข็ง 25 ล้านศึกษาพัฒนาจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์กลุ่มจังหวัดอันดามัน
       

       นายวรพจน์ รัฐสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานการประชุมโครงการศึกษาและดำเนินการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของกลุ่มจังหวัด ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพังงา โดยมี ผู้แทนจากจังหวัดพังงาและภูเก็ตเข้าร่วมประชุม
       
       นายวรพจน์ กล่าวว่า โครงการศึกษาและดำเนินการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของกลุ่มจังหวัด เป็นโครงการที่จะได้รับเงินกู้ไทยเข้มแข็ง(SP2) ในปี 2553 ของจังหวัดพังงา ที่จัดสรรผ่านกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน งบประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อศึกษาและพัฒนาจังหวัดพังงาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พัฒนาสินค้าและบริการหลักด้านการท่องเที่ยวและส่วนสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว เช่นสินค้าที่ระลึก กีฬา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตชุมชน พัฒนาส่งเสริมกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน และการฟื้นฟูพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างครบวงจร
       
       โดยจังหวัดพังงากำหนดสร้างอาคารศูนย์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของกลุ่มจังหวัด ขนาดกว้าง 20 คูณ 30 เมตร บริเวณแยกถนนราษฎร์บำรุง ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า เป็นที่ดินราชพัสดุ ภายในศูนย์ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมโรดโชว์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดในประเทศ สื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและสินค้าของกลุ่มจังหวัด
       
       นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาแผนแม่บทอย่างครบวงจรของการเพิ่มมูลค่าจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของกลุ่มจังหวัด และการจัดเสวนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์นานาชาติที่พังงาอีกด้วย

Popularity: 77% [?]

“มาร์ค” แนะพัฒนาบุคคลากรท่องเที่ยวระยะยาวใน 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

นายกฯ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม International Conference on GMS Tourism ณ โรงแรมหัวหิน แกรนด์โฮเต็ล แอนด์ พลาซา เพื่อเข้ารับฟังการรายงานผลจากการฝึกอบรมแก่ 3 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง และการทำงานในด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พร้อมเสนอวางแนวทางในการพัฒนาบุคคลากรการท่องเที่ยวในระยะยาว และการใช้เทคโนโลยีในการอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวใน 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
       
       วันนี้ (23 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม International Conference on GMS Tourism ณ โรงแรมหัวหิน แกรนด์โฮเต็ล แอนด์ พลาซา ซึ่งเป็นการเปิดการประชุมด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศ GMS นายอภิทธิ์ ได้กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ในปี 2551 สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ TICA กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การสนับสนุนมูลนิธิในด้านการศึกษาและวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ในภาคการท่องเที่ยว และการประชุมนี้เป็นการสานต่อการศึกษาวิจัยดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้ได้รับฟังรายงานผลจากการฝึกอบรมแก่ 3 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง คือ ลาว กัมพูชา และจีน และการทำงานในด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
       
       นอกจากนี้ ตามที่องค์การการท่องเที่ยวโลกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งประเทศลุ่มน้ำโขงเป็นส่วนหนึ่ง ได้มีการเติบโตด้านการท่องเที่ยวที่รวดเร็ว ภายใต้การคาดการณ์ของ WTO ได้ศึกษาพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่าพันล้านคนในปีนี้ และ 1.6 พันล้านคนในปี 2020 แนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศ GMS ได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 8% ในปี 2004 นักท่องเที่ยวกว่า 17.8 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศ GMS และใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 7 วัน ในไทย พม่า ลาวและยูนนาน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การเพิ่มศักยภาพในด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจเหนือใต้ และตะวันออกตะวันตกเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
       
       ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการประชุม คือ ทบทวนการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา และวางแนวทางในการพัฒนาบุคคลากรด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว เพื่อสร้างศักยภาพในฐานะกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งหวังว่า เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง ทั้ง 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจะสามารถยกร่างนโยบายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างความร่วมมือการเติบโตด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว อย่างยั่งยืน และหวังจะเห็นความร่วมมือที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวนอกและในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมสัมผัสมรดกประจำชาติ และความงดงามธรรมชาติ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการอำนวยความสะดวกในการจองตั๋ว จองห้องพัก ฝึกอบรมมัคคุเทศน์ และบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งโปรแกรมด้านการศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นและซาบซึ้งในวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละชาติ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มกราคม 2553 19:27 น.

Popularity: 67% [?]

นายกฯเผยสัปดาห์หน้าลุยแก้ปัญหา SME,เชื่อศก.ไทยฟื้น ส่งออก-ท่องเที่ยวโต

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์”ว่า ในสัปดาห์หน้า รัฐบาลจะเข้าไปดูแลปัญหาผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลาง (SME)โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินและการดูแลส่งเสริมพัฒนา รวมทั้งการจัดงาน เอสเอ็มอี เอ็กซ์โปร์ ระหว่างวันที่ 28 – 31 ม.ค.นี้

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าภาพรวมของเศรษฐกิจขณะนี้ ถือว่าฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพราะปลายปีที่ผ่านมาตัวเลขส่งออก และท่องเที่ยวขยายตัวอย่างรวดเร็ว การจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2553 จะเกินเป้าที่วางไว้ถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคงในการฟื้นตัวมากขึ้น

         ส่วนการส่งออกเชื่อว่าจะขยายตัวถึง 14% อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ แต่รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาด้วยความรอบคอบระมัดระวังต่อไป ขณะเดียวกันจะเร่งจัดทำระบบต่าง ๆ ให้ลงตัวและมีประสิทธิภาพ เช่น การประกันรายได้ ที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน
———————–
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) — อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2010 10:20:19 น.

Popularity: 69% [?]

อบจ.ภูเก็ตเปิดประมูล Life Guard ใหม่แบ่งเป็น 2 โซน มีจุดดูแลนักท่อเที่ยว 24 จุด

ศูนย์ข่าวภูเก็ต – อบจ.ภูเก็ตเดินหน้าโครงการ Life Guard ประกาศหาดูแลนักท่องเที่ยวตามชายฝั่งใหม่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซน มีจุดดูแล 24 จุดใช้พนักงานกว่า 80 คน มั่นใจดูแลได้อย่างทั่วถึง
       
       นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการรักษาความปลอดภัยชายฝั่ง หรือโครงการ Life Guard ในพื้นที่ภูเก็ตที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.ภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทที่ได้รับการประมูลไม่สามารถที่จะดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้ว่า การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวบริเวณหาดต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่อบจ.ภูเก็ตให้ความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีเจ้าหน้าที่ค่อยดูแลเมื่อนักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำทำให้จมน้ำเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ทัง้นี้ จุดนี้ภายหลังจากที่บริษัทที่ได้รับสัมปทานไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามที่ อบจ.กำหนดได้ อบจ.จึงได้มีการประกาศประมูลหาผู้มาดำเนินการรายใหม่ โดยได้ประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าเสนอตัวเข้ามาดำเนินการจัดหาบีชการ์ดและอุปกรณ์การช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวตามเงื่อนไขที่อบจ.กำหนดไปแล้ว ตั้แต่วันที่ 4-13 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา โดยมีผู้มาซื้อซองประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปโซนละ 2 ราย
       
       เนื่องจากการประมูลจัดหา Life Guard ในครั้งนี้ ทาง อบจ.ได้แบ่งพื้นที่การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวออกเป็น 2 โซน คือ โซนที่ 1 จะประกอบด้วยหาดในหาน หาดยะนุ้ย หาดกะตะน้อย หาดกะตะ หาดกะรน หาดป่าตอง รวม 3 แนวชายหาด 14 จุด มีพนักงาน Life Guard ทั้งหมด 41 คน งบประมาณที่ตั้งไว้อยู่ที่ 5 ล้านบาท
       
       ส่วนโซนที่ 2 ประกอบด้วย หาดแหลมสิงห์ หาดกมลา หาดสุรินทร์ หาดบางเทา หาดในทอน หาดในยาง หาดไม้ขาว รวม 4 ชายหาด 14 จุด มีพนักงาน Life Guard ทั้งหมด 42 คน งบประมาณที่ตั้งไว้ 5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถหาบริษัทที่จะมาดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้ เพราะปัญหานักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตนั้นเป็นปัญหาที่จะต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากเป็นการทำให้เสียภาพพจน์ทางการท่องเที่ยวของภูเก็ต
       
       “การแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนนั้นจะทำให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น” นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวในที่สุด

Popularity: 69% [?]

สวัสดีปีใหม่ 2553 จากใจ ทัวร์ทะเลดอทคอม

สวัสดีปีใหม่ 2553 พวกเราชาว ทัวร์ทะเลดอทคอม ขอให้สมาชิก ลูกค้า คุณที่กำลังจะเป็นลูกค้าของเรา และผู้เยี่ยมชมทุกๆท่าน ขออาราธนาพรอันศักสิทธิ์ ของหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง บารมีของท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร และพรจากคุณพ่อคุณแม่ ดลบันดาลให้ทุกๆท่านมีความสุขสมปรารถนาทุกประการ มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าในหน้าที่การงาน สุขภาพแข็งแรง และขอให้รวยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ……….นะครับ
หากมีเวลาพักผ่อน ก็อย่าลืมมาใช้เงิน(ล้อเล่น)ท่องเที่ยวที่ทะเลอันดามันนะครับ ที่เที่ยวที่นี่สวยงามแบบมาแล้วต้องประทับใจกลับไปทั้งนั้นเลยนะครับ ช่วงนี้อากาศดีเหมาะสำหรับไปเที่ยวทางทะเลเช่น ทัวร์เกาะสิลัน ทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์  ทัวร์กระบี่ทะเลแหวก ทัวร์เกาะพีพีอ่าวมาหยา ทัวร์เกาะไข่ ทัวร์อ่าวพังงาพายเรือเคนู รับรองว่าเสน่ห์ของทะเลไต้จะทำให้คุณมีพลังเพื่อหน้าที่การงานขึ้นมาอีกเยอะ….ไม่ได้โม้ครับพี่น้อง

Popularity: 100% [?]